[SF] ศิลาพรากวิญญาณ CH2
“มีคนเห็นแล้ว...” เสียงทุ้มกล่าวกับตนเองเบาๆพร้อมหันไปมองทางหน้าต่าง
‘โดนคนอื่นเห็นซะแล้ว...ความลับของพวกเรา...ทำยังไงดี...จะทำยังไงดี...’ ชั้นจะทำยังไงดีล่ะที่นี้ ถ้าเจ้านั่นรู้ความจริงแล้วเอาไปพูด งานนี้ชั้นจบแน่
“อ๊ะ!!!” ร่างบางร้องพร้อมลืมตาขึ้นมา
“อะ...อ้าว...เป็นอะไรรึเปล่าจียง หัวนายไปโขกกับอิฐที่แปลงดอกไม้เข้าน่ะ” ร่างสูงกล่าวกับร่างบางที่นอนอยู่กับพื้นโดยมีเสื้อของเค้ารองหัวอยู่
“ซึงฮยอน...?” จียงเรียกชื่อซึงฮยอนเบาๆ ทันทีที่เห็นหน้า
“จียง...” ซึงฮยอนเรียกชื่อจียงอีกครั้งเพื่อเรียกสติให้กับร่างบาง
‘เรื่องจริงหรอ...งั้นที่เราเห็นเมื่อกี๊นี้ก็...สิ่งที่เหมือนสัตว์สีขาว 2 ตัวที่ออกมาจากร่างของซึงฮยอน...’ อ่า...นี่มันอะไรกันนะ
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” ร่างสูงถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าร่างบางตรงหน้ากำลังพยายามลุกพรสดพราดขึ้นมา พร้อมทำท่าจะถอยหนีเค้าไปอีกด้วย
“ปะ...เปล่า ไม่เป็นอะไรเลย” ไม่พูดเปล่า จียงรีบถอยหนีไปจากตาคมตรงหน้าที่กำลังจ้องหน้าเค้าอยู่
“ลุกพรวดพราดไม่ได้นะ” ร่างสูงพูดพร้อมเอามือแตะบ่าของร่างบางไว้ ตาคมมองตามร่างกายของร่างบาง
‘หน้าเรียวยาวนั่น กำลังกลัวสินะ หึหึ จียง...’
“สบายมากน่ะ ขอโทษนะที่รบกวน” จียงพยายามที่จะหลบหน้าและดันตัวของคนตรงหน้าออกไปให้ห่างจากตัวของเค้า แต่ร่างสูงตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยให้ร่างบางตรงหน้าหนีไปได้
“ควอนจียง” ตาคมจ้องหน้าจียงและเรียกชื่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“งะ งั้น ชั้นไปก่อนนะ” เอาตัวรอดก่อนดีมั้ยนะ
“ควอนจียง”“เมื่อกี๊นายเห็นแล้วใช่มั้ย
"..."
'ตึง!!!' ร่างบางถูกร่างสูงผลักไปติดกับกำแพง และถูกกักให้อยู่ภายใต้วงแขนของคนตัวโตกว่า
“ระ เรื่องอะไร” จียงถามตะกุกตะกักออกไป ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าโดนถามเรื่องอะไร
“เห็นแล้ว...สินะ” ร่างสูงยังคงถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้คนตรงหน้าเค้ายอมตอบคำถาม ด้วยสีหน้าที่ดุจนคนตรงหน้าเริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว
“ชะ...ใช่...” ร่างบางยอมตอบในที่สุด เพราะเค้าเองก็ทนกับความกดดันแบบนี้ไม่ไหวแล้ว
“หรอ...ในเมื่อความแตกแล้วก็ช่วยไม่ได้สินะ...จิ้งจอกพวกนั้นน่ะนะ จียง...ชั้นเป็นคนเลี้ยงเองยังงัยล่ะ...เลี้ยงไว้...ในตัวของชั้นเอง” ซึงฮยอนพูดต่อด้วยเสียงที่อ่อนลง พร้อมปล่อยจียงออกจากวงแขนที่ขวางไว้
‘จะ...จิ้งจอก...หมายความว่าที่ไปสิงผู้หญิงคนนั้น...’ จียงกำลังใช้ความคิดรวบรวมข้อมูลที่ได้ยินตรงหน้ามารวมกัน แต่ยังคิดทันจบก็...
“ก็นะ...ทางนี้ก็ถือเป็นปัญหาเรื่องปากท้องด้วยนั่นแหละ...เรื่องนี้คงต้องขอให้สงบปากสงบคำไว้ด้วยนะ ขอเตือนเอาไว้ก่อน” ร่างสูงกล่าวเตือนจียงด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่ทำเอาคนตรงหน้าถึงกับขนลุกเลยทีเดียว
“เตือน?” เตือนงั้นหรอ...
“ใช่ ถ้านายเงียบ ชั้นจะไม่ทำอันตรายกับนาย” พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าจะทำให้สาวๆ หลงได้ไว้หนึ่งทีแล้วเดินจากไป แต่สำหรับจียง รอยยิ้มนั่นช่างไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย.....
‘จริงๆ เล้ย น่าสมเพศที่สุด...ปล่อยให้เค้าขู่โดยพูดอะไรไม่ได้เลยซักคำเนี่ย...’
.
.
.
.
.
.
“กลับมาแล้วคร้าบ” จียงพูดขณะที่ถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในหอสมบัติของวัดที่บ้าน
“โอ้ จียงกลับมาแล้วหรอ เป็นอะไรไปไหงทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้นล่ะ” หลวงพ่อถามด้วยความประหลาดใจที่ลูกชายจอมร่าเริงมีสีหน้าไม่ค่อยดี
“นิดหน่อยฮะ คุณพ่อเองก็เหอะ มาทำอะไรในหอสมบัติล่ะเนี่ย” ไม่ใช่แค่ไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามพ่อกลับไปซะอีก
“ก็กำลังจัดเก็บข้าวของที่หลนลงมาตอนเกิดแผ่นดินไหวน่ะสิ พอดีลย เราก็มาช่วยพ่อด้วยสิ”
“คร้าบ” จัดให้เรียบร้อยหรอ มีแต่ของโทรมๆ ทั้งนั้น...ก็บอกแล้วว่าบ้านผมมันจน - -“
’คงเป็นเพราะหมอนั่นมีพลังบางอย่างที่ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ล่ะ’
“หือ? นี่มันอะไรน่ะ? มีแสงออกมาจากรอยแยกของฝากล่องด้วย...”
ควับ วิ้ง วิ้ง (เสียงจากของในกล่องค่ะ – เซรุ)
“เอ๋...”
“ไม่ได้นะจียง อย่าแตะต้องหินนั่นนะ!!!” หลวงพ่อตะโกนห้ามลูกชายเสียงดังจนร่างบางสะดุ้ง
“เป็นอะไรรึเปล่า?”
“อะ...อืม...แต่ว่า...”มะกี๊นี้มันอะไรกันน่ะ...
“จริงๆ เล้ย แก้ผนึกตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ”
“อ๊ะ เปล่านะพ่อ ไม่ใช่ผมนะ...คงตกลงมาตอนแผ่นดินไหวฝาเลยเปิดออกมาล่ะมั้ง นี่คืออะไรหรอพ่อ”
“มันคือเศษของศิลาพรากวิญญาณ...”
“ศิลาพรากวิญญาณ?”
‘หินลาวาที่อยู่ใกล้ๆ นาสุออนเซ็นเขตโทจิริ เป็นหินที่เกิดจาก ทามาโม โนะมาเอะ นางสนมคนโปรด (ร่างแปลงของปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง) ที่เข้าสิงพระจักรพรรดิ์โทบะ และวางแผนก่อความวุ่นวายในเมืองหลวง หลังโดนฆ่านางก็กลายร่างเป็นก้อนหิน ผู้ที่สัมผัสมันทุกคนจะขาดใจตายในฉับพลัน แต่ในรัชสมัยของพระจักรพรรดิโกฟุกาคุสะ พระชรารูปหนึ่งได้เอาไม้เท้าหินนี้หนึ่งครั้ง...มีตำนานว่าหินที่แตกเป็นชิ้นๆ ได้ปลิวไปทางทิศตะวันตก...’
“ว่ากันว่า...ท่านบรรพบุรุษของเราได้ผนึกเศษที่ปลิวมาเอาไว้น่ะ”
“ปีศาจจิ้งจอก ทามาโมโนะมาเอะ? จิ้งจอกอีกแล้วหรอ? เฮ้อ...”
‘ปีศาจทามาโมโนะมาเอะ...ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะนะ.....
‘จิ้งจอกเข้าสิง...เป็นสภาพวิกลจริตที่เกิดจาก...การโดนวิญญาณสุนัขจิ้งจอกเข้าสิง...หรือคนที่เป็นแบบนั้น...’ จียงกำลังอ่านบทความในหนังสือของพ่อของเค้าอยู่ในห้องนอน แล้วร่างบางก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนพลางคิดเรื่องของ ชเวซึงฮยอนที่ตนได้ไปรับรู้มา
“หวา...วิกลจริตหรอ น่ากลัวชะมัด...ไม่ว่าจะคิดยังงัย...แบบนั้นมันก็โดนจิ้งจอกเข้าสิงชัดๆ...ไม่ใช่เวลาจะเที่ยวไปปัดรังควาญจิ้งจอกที่เข้าสิงคนอื่นอยู่ซะหน่อย เฮ้อ...ปกติก็ดูเป็นคนดีแท้ๆ...แต่ว่านะ...เขากลับมาคิดจะปิดเป็นความลับไว้จนสีหน้าเปลี่ยนไปขนาดนั้น เขาเองก็คงจะพยายามอย่างดีที่สุดในแบบของเขาแฃ้วก็เป็นได้ เรื่องแบบนั้นไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้คนอื่นรู้กันทั้งนั้นล่ะนะว่าตัวเองถูกจิ้งจอกเข้าสิง...อ๊ะ! ไม่ได้สิ โดนขู่แท้ๆ แต่ดันไปสงสารหมอนั่นอีก เฮ้อ...คิดไปเองรึเปล่านะ...” จียงนอนคิดไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งหลับไปในความฝันจียงเห็นร่างของผู้หญิงผมยาวสวมกิโมโนที่เข้าเคยเห็นในฝันหลายคืนก่อน หากแต่ว่าคืนนี้ที่เขาฝันถึง ผู้หญิงคนนี้ได้แสดงอาการโกรธแค้นออกมา
‘พวกเจ้า...พวกเจ้า...
ความแค้นครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลือน...
พระเจ้าจักรพรรดิและเหล่าบริวารทั้งหลายที่ทรยศ ทำลายข้า...
ข้าจะฆ่าพวกเจ้า...
ข้าจะแกกระชากลูกหลานทุกรุ่นของมันให้เป็นชิ้นๆ...
ฆ่า!!!’ สิ้นสุดคำสุดท้ายของผู้หญิงคนนั้น ก็ปรากฏร่างของสุนักจิ้งจอกกระโจนออกมาแทนที่ผู้หญิงคนนั้น
“หวา!!!” ร่างบางสะดุ้งตื่นจากความฝันอันน่ากลัวนั่น พร้อมปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้าของดวงอาทิตย์ที่สาดแสงเข้ามายังห้องนอนของเขา
“อ่า...อีกแล้วฝันถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วยิ่งไปกว่านั้นคราวนี้กลับโกรธแค้นแทนการร้องไห้ เพี้ยนชะมัดเช้านี้ ที่สำคัญทำไมมันถึงได้มีจิ้งจอกออกมาด้วยเล่า” เสียงที่ฟังเยียบเย็นไปจนถึงไขสันหลังของผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงดังอยู่ในหูของเขาอยู่เลย
“...หรือเราจะโดนคำสาปของซึงฮยอน...” ร่างบางบ่นอุปขณะที่เดินไปโรงเรียน
“คำสาปของใครหรอจียง?” เสียงเย็นเฉียบเรียบดุคุ้นหูดังขึ้น ทำให้ร่างบางชะงักถอยติดกำแพง
“อะ อรุณสวัสดิ์ซึงฮยอน” ร่างบางรีบกล่าวทักทายอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็ไอ้คนตรงหน้านี่มันหน้าตาน่ากลัวนี่นา (น่ากลัวตรงไหนออกจะหล่อคมเข้ม : Zeru)
“อรุณสวัสดิ์จียง อ่ะ อ้าว เกิดอะไรขึ้นหรอ แล้วไอ้นั่น...อ้าว จียง!” ไม่ทันที่ซึงฮยอนจะพูดจบจียงก็ได้เดินจ้ำอ้าวเข้าโรงเรียนไปแล้วโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองไอ้คนตัวสูงที่กำลังพูดด้วยอยู่เลย.....ภายในห้องเรียนที่เงียบสงบ จะมีก็แต่เสียงของอาจารย์ที่กำลังพร่ำอยู่หน้าห้องเท่านั้นแหละที่ดังอยู่ตอนนี้
‘สายตา...เรากลัวดวงตาคู่นั้น...ตาที่เหมือนจะมองทะลุไปซะทุกอย่าง...ยังไงก็ปรึกษาใครซักคนไว้ดีกว่า’ ร่างบางคิดเช่นนั้นขณะที่แอบเหลียวหลังไปมองคนหน้าเข้มตาดุที่นั่งอยู่เยื้องๆ ไปข้างหลังเล็กน้อย ด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก
“เหวอ! เขามองมาทางนี้ด้วย” จียงรีบหันหน้ากลับทันทีที่เห็นว่าคนที่เขาแอบมองอยู่นั้นหันมามองตนพร้อมส่งสายตาเป็นนัยน์ๆ ว่า หันกลับไปเรียนได้แล้ว
“นี่ๆ จียง แบ่งยางลบมาให้หน่อยสิ” ยองเบสะกิดจียงที่นั่งข้างหน้าตนเพื่อขอแบ่งยางลบ (เบ แค่ยางลบก็ต้องแบ่งเนอะ หาเองไม่ได้รึไง : Zeru)
“อ๊ะ!!!” จู่ๆ จียงก็รู้สึกปวดหัวแปล๊บๆ ขึ้นมาแว่บนึง แล้วเขาก็หยิบคัตเตอร์ขึ้นมาจากใต้โต๊ะเพื่อแบ่งยางลบให้ยองเบ‘ทำไม...ร่างกายชั้นถึงได้หนักอึ้งแบบนี้นะ...แถมยังปวดหัวอีก’ ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น ร่างกายของเขาก็ขยับไปเอง มือขวาที่จับคัตเตอร์อยู่นั้นเลื่อนใบมีดให้อกกมาจากด้ามจนสุด เงื้อขึ้นช้าๆ จนสูงสุดแขน และ...
‘ฉึก!!!’ ใบมีดนั้นได้แทงลงมายังหลังมืออีกข้างหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ อย่างแรง ทำให้เลือดไหลออกมาเต็มโต๊ะ
“เฮ้ย! จียงเป็นอะไรน่ะ”
“เฮ้! เป็นไรมากเปล่าจียง”
“จียงเอามีดคัตเตอร์แทงตัวเองล่ะ”
“จะ...จริงอ่ะ!”
เพื่อนๆ ต่างถกเถียงกันใหญ่ถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ทั้งเล่าเหตุการณ์ ทั้งส่งเสียงถามอาการด้วยความห่วงใยร่างบางที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บกลับทำหน้าเหมือนเพิ่งได้สติกลับคืนมา
“หวา! เลือดไหลโจ๊กเลย...”
“รีบพาไปห้องพยาบาลดีกว่า...”
“ว่าแต่ใครจะพาไปกันล่ะ?”
น่าน พอถึงคำถามนี้เสียงเพื่อนๆ ที่ดังอยู่เมื่อสักครู่นี้กลับเงียบกริบ...
‘นี่มันอะไรกัน...ชั้นไม่ได้ตั้งใจเลยซักนิด มือมันขยับไปเองตะหากเล่า...เหมือนโดนใครควบคุมอยู่...ใครบางคน...’ ก่อนที่สติของจียงจะดับวูบไปอีกครั้ง ใบหน้าสุดท้ายที่เขาเห็น ผู้ชายผมยาวรวบลวกๆ ไว้ข้างหลัง ดวงตาคู่นั้น
.......
......
....
...
..
.
.
.
.
TBC
:::::::::::Talks :::::::::::::
อ่า... ในที่สุดก้อยก็ดันมันออกมาจนได้สินะ เหนื่อยเหมือนกันนะนี่
เหนื่อยกับการตบตีแย่งชิงสายแลนซึ่งมีสายเดียวในบ้าน น้องชายก็จะเล่น เฮ้อ...
กว่าจะได้เอามาอัพนี่นานพอดูเลยนะเนี่ย ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ถึงจะน้อยแต่ก้อยก็ยินดีที่จะทำเรื่องนี้ต่อจนจบนะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ก้อยรักมาก อาจไม่สนุกเท่าที่ควรแต่ก้อยทำได้เท่านี้แหละค่ะ
ไม่ว่าสำนวนหรืออะไรที่ก้ยเรียบเรียงลงไป อาจไม่ราบรื่น แต่มันมาจากความคิดของก้อยล้วนๆ (ถึงได้เพี้ยนๆ ไงล่ะ - -")
เอาเป็นว่าก้อยดีใจที่ท่านเข้ามาอ่านะคะ
ป.ล. เม้นได้ทุกแบบนะคะ ทั้งติ - ชม ก้อยยินดีรับคำแนะนำจากทุกท่านะคะ
ป.ล.2 ก้อยบ้า ก้อยรั่ว ก้อยโรคจิต
edit @ 27 Oct 2009 19:49:41 by RR. Enzeru